เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,
อาหารสำหรับคนนอนดึก
การนอนดึกเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากจำเป็น ปัญหาหนึ่งที่พบเจอกันบ่อย ๆ ก็คือรู้สึกหิว วันนี้เรามีอาหารที่เหมาะสมกับคนที่ต้องนอนดึกมาฝาก
หลายท่านต่างก็เคยมีภารกิจจำเป็นที่ทำให้ต้องนอนดึก ทั้งเร่งสะสางงานให้เสร็จ อ่านหนังสือสอบ ดูบอล หรือ ติดซีรี่ส์เกาหลี แตกต่างกันไป และเมื่อต้องนอนดึก ก็จะต้องรู้สึกหิว แต่อาหารที่เลือกทานเข้าไปแน่ใจแล้วเหรอว่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้จึงมีอาหารแนะนำสำหรับคนที่จำเป็นต้องนอนดึกมาฝาก
คนที่นอนดึกหรือคนอดนอน อาหารที่เหมาะกับคนประเภทนี้คือ ขนมปัง อาหารประเภทปลา และผัก เพราะอาหารเหล่านี้ถือว่าให้คุณประโยชน์เทียบเท่ากับการทานอาหารมื้อหนัก ๆ ในตอนกลางวันเลยทีเดียว ควรงดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เพราะ ย่อยยากทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนัก และควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อแบ่งเบาภาระการทำงานของลำไส้ ที่ควรจะต้องเป็นเวลาพักผ่อนมากกว่า
แต่ถ้าทานของดังที่แนะนำแล้วยังคงหิวอยู่ ให้ ทานผลไม้และโยเกิร์ตต่อ เพราะสารอาหารในผลไม้และโยเกิร์ตจะช่วยทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง และไม่รู้สึกอ่อนเพลียในเช้าวันรุ่งขึ้น หรือจะดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำอุ่นธรรมดาก็ได้ และควรหลีกเลี่ยงน้ำเย็น หรือ น้ำอัดลม เพราะจะทำให้ระบบอวัยวะภายในร่างกายทำงานหนัก เพราะร่างกายต้องการความร้อนในการช่วยย่อยอาหาร หากดื่มน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิให้อุ่นก่อน จึงสามารถนำไปใช้ในช่วยระบบย่อยอาหารได้.
ขอบคุณเนื้อหา เดลินิวส์
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,

ไม่ว่าใครก็ล้วนแต่มีกลิ่นตัว ด้วยกันทั้งนั้น แต่ละคนก็จะมีกลิ่นที่แตกต่างกันไป บางคนมีกลิ่นตัวที่ฉุนมาก จนเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง... ซึ่งต่อไปนี้คุณจะหมดปัญหาไร้กังวลเรื่องกลิ่นตัวไปได้เลย ด้วยเคล็ดลับในการรับมือกับปัญหากลิ่นตัวที่เรานำมาฝากกันค่ะ
ก่อนอื่นเมื่อรู้ตัวว่ามีกลิ่นตัวที่รุนแรง วิธีที่ดีที่สุดก็คือ จะต้องรักษาอนามัยของตัวเอง อาบน้ำให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานที่ต้องกระทำอยู่แล้ว ต่อจากนั้นก็เป็นขั้นตอนในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวที่เหมาะสมกับ ตัวเอง ซึ่งเรามีวิธีในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาฝากกันค่ะ
วิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวแบ่งได้ 4 ประเภท
น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ ยอดฮิตที่มักจะเลือกใช้ในการดับกลิ่นตัว แต่รู้หรือไม่ว่าหากร่างกายเรามีเหงื่อมาก และไม่ได้รับการชำระล้างก่อน น้ำหอมนี่แหละที่จะทำให้กลิ่นยิ่งฉุนมากขึ้นอีก
ผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ จะ ใช้ทาบริเวณใต้วงแขน รักแร้ หรือบริเวณอับชื้นอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะไปทำลายและป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ สาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นตัว
ผลิตภัณฑ์ดูดขับกลิ่น หัวใจ หลักของผลิตภัณฑ์คือ ต้องสามารถดูดซับกลิ่นฉุนไว้ ไม่ให้ระเหยออกมาสู่ภายนอก ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากใช้ได้ผลดีมาก
ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ มี ส่วนประกอบที่สำคัญคือ สารระงับการขับเหงื่อ อะลูมิเนียมคลอไฮเดรท ซึ่งมีการผลิตออกมาทั้งในรูปแบบของโลชั่น ครีม โรลออน และสเปย์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ง่ายและสะดวก สามารถพกพาได้
ผลิตภัณฑ์ แต่ละประเภทนั้นมีวิธีการกำจัดกลิ่นตัวที่แตกต่างกัน ลองพิจารณาสาเหตุการเกิดกลิ่นตัวของเราเองว่าเกิดจากอะไร แล้วจึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวให้เหมาะสมค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก zubzip
วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,
ถึง แม้จะมีเคล็ดลับการแต่งหน้าหลาย ๆ อย่างที่ทำให้สาว ๆ ดูโดดเด่นและสวยขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่คุณ ๆ คงเคยรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมคะว่า บางครั้งยิ่งแต่งหน้าก็ยิ่งทำให้คุณดูไม่สวยได้ไม่แพ้กันวันนี้ กระปุกดอทคอมเลยขอรวบรวม 10 ข้อผิดพลาดในการแต่งหน้าที่คุณควรหลีกเลี่ยง มาฝากสาว ๆ ให้ได้เอากลับไปพิจารณากัน มีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ
1. ทาแป้งฝุ่นหลังแต่งหน้าเสร็จ ฮั่น แน่ ข้อแรกก็โดนไปซะแล้วล่ะสิ สาว ๆ หลายคนมักจะลงแป้งฝุ่นหลังจากแต่งหน้าเสร็จ แต่รู้ไหมคะว่า แค่เจ้าแป้งพัฟที่ลงไปก่อนหน้านี้ก็แทบจะทำให้ผิวหน้าหายใจไม่ออกแล้ว หากคุณทาแป้งฝุ่นลงไปอีก ก็ยิ่งทำให้มันไปอุดตันรูขุมขน เพิ่มโอกาสารเกิดสิวได้ง่ายขึ้น แถมแป้งฝุ่นยังทำให้หน้าดูหนาขึ้้นด้วยค่
2. ใช้รองพื้นขาวมาก ๆ สาว ๆ หลายคนเชื่อว่า การใช้รองพื้นสีสว่างจะทำให้หน้าดูสว่างไปด้วย อ๊ะ ๆ คุณคิดผิดแล้วนะคะ รองพื้นสีสว่าง ๆ นั้นเหมาะกับสาวที่เค้ามีผิวขาว ๆ เท่านั้นแหละค่ะ แต่สำหรับผิวคนไทยปกติแล้ว คือไม่ดำไม่ขาวเกินไป ดังนั้นควรเลือกรองพื้นให้สว่างกว่าผิวคุณนิดหน่อย เน้นความเนียนและเป็นธรรมชาติก็พอ หลีกเลี่ยงสีสว่างที่ต่างจากสีผิวคุณมาก เพราะแม้ว่าคุณลงรองพื้นแค่บาง ๆ ก็ตาม แต่มันทำให้มองดูเหมือนว่าคุณโบ๊ะมาซะหนาเลยทีเดียว อ้อ ขอแนะนำอีกนิด การทารองพื้นควรใช้พู่กันแต้มและค่อย ๆ เกลี่ยบนใบหน้า จะทำให้รองพื้นอุดตันรูขุมขนได้น้อยกว่าใช้ฟองน้ำค่ะ
3. ลงรองพื้นแค่ใบหน้า การ ลงรองพื้นแค่บริเวณใบหน้า โดยละเลยที่จะลงที่คอด้วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเอาซะเลย เพราะมันจะทำให้มองดูเหมือนคุณกำลังสวมหน้ากากอยู่ และแน่นอน มันเห็นได้ชัดว่าผิวของคุณที่แท้จริงต่างกับสีผิวบนใบหน้าที่แต่งมาแล้วยัง ไง ดังนั้น อย่าละเลยรองพื้นบริเวณคอเลยนะคะสาว ๆ
4. กรีดอายไลเนอร์ซะชิดหัวตา สาว ๆ หลายคนเชื่อว่าการกรีดอายไลเนอร์บริเวณหัวตาให้หนา ๆ จะทำให้ดวงตาของคุณดูกลมโต โดดเด่นขึ้นมาได้ แต่เคยลองกรีดมันลงบาง ๆ บริเวณหัวตาไหมคะ ถ้ายังไม่เคย ลองดูค่ะสาว ๆ แล้วคุณจะพบว่ามันจะทำให้ดวงตาคุณดูกลมโตมากกว่าอีกแน่ะ
5. ทาบลัชออนชนิดครีมหลังจากลงแป้งแล้ว มัน ไม่แปลกเลยค่ะถ้าคุณจะลงบลัชออนหลังจากลงแป้งบนใบหน้า แต่คงใช้ไม่ได้กับบลัชออนชนิดครีมแน่นอนค่ะสาว ๆ เพราะแป้งจะทำให้หน้าคุณแห้ง แล้วเวลาที่คุณลงบลัชออนชนิดครีมไป มันจะแดงมากจนและที่สำคัญไม่กลมกลืนกับผิวเลยค่ะ ดังนั้น วิธีที่ถูกต้องก็คือ หลังจากคุณลงรองพื้นเสร็จแล้ว ให้ลงบลัชออนชนิดครีมก่อนลงแป้งได้เลย ซึ่งอาจจะลงสีเข้ม ๆ หน่อย เวลาลงแป้งไปมันจะไปทำให้สีอ่อนลงเองค่ะ
6. ใช้อายแชโดว์สีเข้มบนเปลือกตา เพราะ มักจะกดให้ดวงตาจมลึกลงไป ดูไม่เด่นเอาซะเล่น แต่อันนี้คงยกเว้นให้สำหรับคนที่ตานูนออกมา หรือมีระดับดวงตาเสมอกับหน้าผากเท่านั้นนะคะ ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะก็ อย่าใช้อายแชโดว์สีเข้มเลยค่ะ เพราะมันจะทำให้ดวงตาของคุณดูลึก ควรใช้เป็นสีอ่อนมากกว่า ซึ่งยิ่งออนเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ตาดูตื้นขึ้นเท่านั้นค่ะ
7. ใช้อายแชโดว์เฉดสีเดียวกับสีผิว สาว ๆ หลายคนอยากจะแต่งหน้าแบบนู้ด ๆ ก็เลยมักจะเลือกใช้อายแชโดว์สีคล้ายกับผิว แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรอย่างยิ่งค่ะสาว ๆ เพราะมันจะทำให้มองเห็นผิวรอบดวงตาของคุณได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะวันไหนที่ตาเป็นแพนด้าแล้วเนี่ย ควรเลือกใช้สีที่กลบเกลื่อนรอยคล้ำได้ชัดดีกว่าค่ะ
8. ทาลิปสติกตอนปากแตก หลาย คนชอบใช้ลิปสติกปกปิดปัญหาบนริมฝีปาก แต่ลองมองดูสิเออ เวลาที่คุณปากแตกแล้วไปทาลิปสติกเนี่ย จะทำให้สีลิปสติกอ่อนเข้มไม่เสมอกัน นั่นเพราะเนื้อลิปสติกไปติดอยู่เยอะบริเวณที่แตกนั่นเอง ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ลิปกลอสสีอ่อน ๆ หรือวาสลินช่วยคุณได้ เพราะมีเนื้อเหลว และปกปิดรอยแตกได้มากกว่า และที่สำคัญ ยังทำให้ริมฝีปากคุณชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ลดปัญหาปากแตกได้ด้วยนะ
9. ใช้ดินสอเขียนขอบปากสีเข้มกว่าลิปสติก ซึ่ง แน่นอนมันทำให้เรียวปากของคุณไม่เป็นธรรมชาติ แล้วยังดูตลกมากอีกด้วย คุณจึงควรเลือกใช้ดินสอเขียนขอบปากที่มีสีอ่อนกว่าสีลิปสติกนิดหน่อย เพื่อให้กลมกลืนกับปาก แล้วยังทำให้ริมฝีปากของคุณมีมิติขึ้นอีกด้วย
10. แต่งตาโทนสีเขียว มัน เป็นสิ่งที่ดูสวยหากคุณแต่งดวงตาด้วยสีเขียวสะท้อนแสงเฉียดไปทางสีเหลือง แต่ไม่ดีแน่ ๆ ค่ะ หากคุณแต่งดวงตาด้วยโทนสีเขียวธรรมชาติไปถึงเขียวแก่ เพราะมันจะทำให้คุณมีดวงตาเหมือนคนที่เพิ่งโดนต่อยมายังไงอย่างงั้น แถมยังแสดงให้เห็นว่าคุณอิดโรยซะเหลือเกิน ไม่ว่าคุณจะกระชากความสดใสด้วยปากแดงแจ๋ก็เถอะ มันดูเหมือนจะไม่เข้ากันเอาซะเลย ดังนั้นสาว ๆ หลีกเลี่ยงอายแชโดว์สีเขียวดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก zubzip
เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,

ผิวแตกลายหรือผิวเปลือกส้ม เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากมากสำหรับผิวผู้หญิงอย่างเรา เพราะมันทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจ แต่ไม่ต้องห่วงวันนี้ Yopi Beauty Magazine ขอแนะนำ วิธีดูแลผิวด้วยตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้มีผิวแตกลายผิวเปลือกส้ม เกิดขึ้นมาได้ ส่วนมากบริเวณที่จะเกิดผิวแตกลายหรือผิวเปลือกส้ม ก็จะเป็นช่วงบริเวณสะโพกเรื่อยลงมาจนถึงต้นขาในบางคน เพราะบริเวณผิวเหล่านี้ การออกกำลังกายในท่าปกติ อาจจะไม่ช่วยอะไรได้เลยเพราะโดยมากผิวบริเวณนี้เนื้อจะกอง ๆ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลายหรือผิวเปลือกส้มได้ง่าย
วิธีการและอุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมากเลยหาได้ในบ้านของเรานี่ล่ะค่ะ เอาล่ะมาดูกันเลยดีกว่าว่าอุปกรณ์และวิธีการป้องกันผิวแตกลายหรือผิวเปลือก ส้มนั้น มีอะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง
อุปกรณ์สำหรับป้องกันผิวแตกลายหรือผิวเปลือกส้ม
1. ไม้ที่มีรูปร่างก่งกลมกึ่งแบน ยาวประมาณ 1 ฟุตหรือ 1 ไม้บรรทัด ในที่นี้ใช้ไม้เกาหลังก็ได้ไม่ว่ากัน
วิธีการป้องกันผิวแตกลายหรือผิวเปลือกส้ม
ให้จับไม้แนวขวาง รูดนวดบริเวณผิวขึ้นและลง ให้ไม้รีด นวด ผิวบริเวณนั้น ทำติดต่อกันสักประมาน 5-10 นาที สัก 2 ครั้งต่อวัน กดออกแรงพอประมาณ ให้รู้สึกถึงแรงกดใต้ผิวหนัง วิธีนี้จะไปช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด น้ำเหลือง ช่วยให้ผิวบริเวณนั้นมีการไหลเวียนของเลือดที่ดีบำรุงผิวได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
เมื่อทำติดต่อกันเป็นประจำก็จะช่วยป้องกันและบรรเทาไม่ให้ผิวแตกลายหรือผิวกลายเป็นผิวเปลือกส้มได้อย่างแน่นอนค่ะ
ขอขอบคุณที่มาจาก ไทยเลดี้บอย ดอทเน็ท
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,
1.หยุดการเติมน้ำตาลหลายๆช้อน
การลดน้ำตาลที่อาจจะยาก แต่ไม่เกินความสามารถของคุณก็คือ การลดการเติมน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มค่ะ บางคนชอบรับประทานรสหวาน จึงมักจะติดเติมน้ำตาลช้อน โตๆ หรือตักหลายๆช้อนโดยไม่ยั้บยั้งชั่งใจเอาซะเลย ซึ่งคุณควรจะหักห้ามใจซะบ้างนะคะ นอกจากคุณจะรู้ขีดความสามารถของร้านอาหารหรือร้านเครื่องดื่มว่าอร่อยเด็ด แบบที่เค้าว่ากันหรือเปล่า ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย
2.ลดหรือกำจัดคาร์โบไฮเดรตซะนะ
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานอย่างดี แต่ก็เป็นแหล่งสะสมน้ำตาลมหาศาลเช่นเดียวกัน ซึ่งจากพลังงานเมื่อรับประทานมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนได้นะคะ โดยมากไอ้เจ้าคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้จะอยู่ในอาหารจำพวกขนมปัง พาสต้า ขนมขบเคี้ยว หากคุณต้องการลดน้ำตาลตัวการแห่งความอ้วนก็จงลด ละ เลิก ของเหล่านี้ด้วยนะคะ
3.อ่านฉลากก่อนซื้อมารับประทาน
วิธีหลีกเลี่ยงหรือลดน้ำตาลอีกอย่างก็คือ การอ่านฉลากทุกครั้งก่อนซื้ออาหารต่างๆ คุณสามารถตรวจสอบพวกอาหารสำเร็จรูปได้ว่ามีปริมาณน้ำตาลเท่าไหร่มากน้อยเพียงไร และพยายามเลือกอาหารที่มีน้ำตาลน้อยที่สุด หรือพอเหมาะพอดีกับการใช้พลังงานของคุณในแต่ละวัน
4.เติมสีสันในตระกร้าของคุณ
สังเกตหรือไม่คะว่า อาหารไดเอตหรือลดน้ำหนักมักจะต้องมีผักผลไม้หลากสีสัน ดังนั้นคุณควรจะกินผักและผลไม้ให้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่ากินแต่ผักและผลไม้ประเภทเดียวนานๆ ค่ะ
5.จำกัดปริมาณผลไม้
ผลไม้จำเป็นมากๆสำหรับการลดน้ำตาล ผลไม้ต้องบรรจุไฟเบอร์และแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย แม้แต่น้ำตาลธรรมชาติ แต่ถ้าคุณบริโภคมากเกินไปก็จะเป็นสาเหตุของความอ้วนได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเลือกรับประทาน 2 ใน 5 ของผลไม้แต่ละชิ้นก็เพียงพอแล้วนะคะ
6.หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้
เจ้าน้ำผลไม้นี่แหล่ะค่ะเป็นแหล่งน้ำตาลชั้นเลิศเชียว น้ำผลไม้อาจจะดูมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ความจริงห่างไกลจากคำว่าประโยชน์ไป มากทีเดียวค่ะ เพราะมันไม่ได้บรรจุสารอาหารหรือไฟเบอร์ตามที่เราเข้าใจกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการกินผลไม้สดๆนะคะ
7.มองหาทางเลือกอื่นแทนน้ำตาล
หากคุณชอบทำของหวานรับประทานเอง ก็ให้ใช้พวกน้ำตาลอ้อย น้ำตาลจากผลไม้ใส่ลงไปแทน หรือหากจะทำอาหารก็ให้ใส่พวกซินนามอล กระเทียม และธัญพืชรสหวานกับผักแทนน้ำตาล ข้าวก็มีความหวานในตัวเองอยู่แล้ว คุณสามารถทำอาหารประเภทข้าวโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลเยอะได้เช่นกันค่ะ หาความหวานแบบธรรมชาติกันดีกว่าเนอะ
8.อย่ามัวแต่เข้าใจว่ามีเรื่อง อาหารปราศจากน้ำตาล
ถ้าเป้าหมายของคุณคือการลดน้ำหนัก ระวังเรื่องอาหารปราศจากน้ำตาลนะคะ เพราะที่จริงแล้วไอ้ที่ว่ากันว่าไม่มีน้ำตาลนี่แหล่ะเป็นแหล่งน้ำตาลตัวดีเลย แต่แทนที่จะใช้น้ำตาลทั่วไปก็จะใช้สารให้ความหวานประเภทอื่นแทนซึ่งก็มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในร่างกายเหมือนกัน
9.เรียนรู้ที่จะกินของสดๆ และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะกินอะไรอาหารสดๆใหม่ๆ คุณก็จะไม่กลับไปกินอะไรเดิมๆอีก มันง่ายมากที่คุณจะหาทางเลือกในการรับประทานอาหารที่ดี เพราะมีอาหารดี ทำให้สุขภาพ และรสชาติอร่อยถูกปาก โดยเฉพาะการทำอาหารกินเองนี่แหล่ะเป็นวิธีลดน้ำตาลได้ดีที่สุด
ข้อมูลโดย http://beauty.yopi.co.th
เขียนโดย
มิตรภาพการพิมพ์,ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด,รับวาดรูปล้อเลียน,
ครีมกันแดดที่ทาไว้ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย ทำไมผิวของเรายังคงคล้ำเสีย หม่นหมองขนาดนี้ ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเร่งกลับมาดูแลสภาพผิวกันยกใหญ่อีกครั้งหนึ่งให้ผิวคล้ำ ที่เสีย แห้งนั้น กลับมา เป็นผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำให้ได้ วันนี้ Yopi Beauty Magazine จึงขอนำสูตรการบำรุงผิวหมองคล้ำ แห้งเสีย ให้กลับมาเป็นผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ แต่ไม่ใช่สูตรทาครีมอะไรอย่างใดทั้งสิ้น แต่เราขอเสนอ สูตรการทำน้ำปั่น เพื่อรักษาผิวหมองคล้ำ แห้งเสีย ให้กลับมาสู่ผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ แถมยังเหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเรา อีกด้วย
วัตถุดิบที่ต้องเตรียมสำหรับการทำน้ำปั่นเพื่อรักษาผิวหมองคล้ำ แห้งเสียให้กลับมาเป็น ผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ มีดังต่อไปนี้
1. ส้มเขียวหวาน 1 ผล
2. องุ่นม่วง 5 ผล
3. แตงโม 1/2 ชิ้น
4. สตอร์เบอร์รี่ 5 ผล
5. มะนาว 1 ผล
6. ใบสะระแหน่ 2 ใบ ( เพิ่มลดปริมาณได้ตามความต้องการ เพื่อรสชาติที่ถูกปาก
7. น้ำแข็งเกล็ด
วิธีทำน้ำปั่นเพื่อรักษาผิวหมองคล้ำ แห้งเสียให้กลับมาเป็น ผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ มีดังต่อไปนี้
1. ล้างวัตถุดิบทั้งหมดให้สะอาด
2. คั้นเอาน้ำจากส้มและมะนาว
3. คว้านเอาเมล็ดองุ่นกับเมล็กแตงโมออกให้หมด
4. หั่นสตอร์เบอรี่และแตงโมให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อสะดวกในการปั่น
5. นำน้ำแข็ง เนื้อองุ่น แตงโม สตอร์เบอรี่ปั่นรวมกัน เติมน้ำแร่ น้ำส้ม และน้ำมะนาว ปั่นอีกครั้งจนส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเข้ากันดี แต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่
แต่ถ้าต้องการได้ประโยชน์สุงสุดเพื่อการรักษาผิวหมองคล้ำ แห้งเสียให้กลับมาเป็น ผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ ไม่ต้องปั่นน้ำแข็งแต่ให้ปั่นส่วนของผลไม้ แล้วดื่ม จะได้คุณค่าและวิตามินในการบำรุงมากขึ้น เพียงเท่านี้เราก็ได้น้ำปั่นรสชาติแสนถูกปากพร้อมไปด้วยวิตามินเพื่อการ รักษาผิวหมองคล้ำ แห้งเสียให้กลับมาเป็น ผิวสวย ผิวใส ไร้รอยหมองคล้ำ สาวสาวจะกลับมามีผิวที่สวยงามดั่งเดิม หรือยิ่งกว่าเดิมอีกอย่างแน่นอน
ข้อมูลโดย http://beauty.yopi.co.th